การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
ผลการดำเนินงานปี 2567
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเทียบต่อปี (กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e))
| Scope | 2566 | 2567 |
|---|---|---|
| จำนวนโครงการที่ประเมิน | 11 | 28 |
| การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (Scope 1) | 155 | 114 |
| การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope 2) | 556 | 1,302 |
| รวมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงและทางอ้อม (Scope 1และ Scope 2) | 711 | 1,416 |

ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส
บริษัทฯ ตระหนักถึงความเสี่ยงและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อธุรกิจ ผู้มีส่วนได้เสีย และความสมดุลของธรรมชาติ จึงกำหนดให้การจัดการก๊าซเรือนกระจกเป็นประเด็นสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ พร้อมมุ่งมั่นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ
ทั้งนี้ การจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเผชิญความท้าทายทั้งด้านกายภาพ เช่น ภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น และด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงความคาดหวังที่สูงขึ้นจากผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันด้านต้นทุนและความจำเป็นในการปรับตัวอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ
นอกจากนี้ การขับเคลื่อนการจัดการก๊าซเรือนกระจกไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นโอกาสในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรด้านความยั่งยืน ดึงดูดนักลงทุนและพันธมิตรที่ให้ความสำคัญต่อ ESG รวมทั้งเปิดโอกาสสู่การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่
แนวทางการจัดการและแนวปฏิบัติ
การประเมินความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรอบด้าน โดยดำเนินการวิเคราะห์ผลกระทบจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกองค์กร เพื่อระบุและประเมินความเสี่ยง รวมถึงโอกาสที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้จากกระบวนการดังกล่าวได้นำมาใช้เป็นฐานในการกำหนดกลยุทธ์ การกำกับดูแล และการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้สอดคล้องกับกรอบการรายงานตามมาตรฐานสากล
ความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ
ความเสี่ยง
- ความต้องการของตลาดอาจเปลี่ยนแปลง โดยให้ความสำคัญกับอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
- การปรับตัวในการออกแบบอาคารให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ลดการใช้พลังงาน เป็นโอกาสต่อธุรกิจในแง่การแข่งขัน ตอบโจทย์ลูกค้า
แนวทางการบริหารความเสี่ยง
- ติดตามแนวโน้มตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคด้านสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการใหม่
- ส่งเสริมการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ยั่งยืน เช่น อาคารประหยัดพลังงาน อาคารเขียว หรือ Smart Building
ความเสี่ยง
- ความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เช่น น้ำท่วม พายุ หรือคลื่นความร้อน อาจส่งผลกระทบต่อการก่อสร้าง การส่งมอบงาน หรือการดำเนินงานของโครงการ รวมถึงการส่งมอบวัตถุดิบของคู่ค้าของบริษัทฯ ล่าช้าได้
- ต้นทุนวัสดุก่อสร้างหรือพลังงานอาจผันผวนจากนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมหรือการจัดการคาร์บอน
- ผู้รับเหมาหรือคู่ค้าที่ไม่มีความพร้อมในมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอาจทำให้โครงการไม่สามารถรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นต์ของโครงการครบถ้วน
แนวทางการบริหารความเสี่ยง
- จัดทำการประเมินความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (Climate Risk Assessment) สำหรับแต่ละพื้นที่โครงการ และบูรณาการข้อมูลดังกล่าวในกระบวนการออกแบบโครงการ เช่น การวางผังระบบระบายน้ำ หรือการเลือกวัสดุก่อสร้างที่ทนทาน
- กำหนดแผนรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินและแผนฟื้นฟู สำหรับโครงการที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง
- กระจายความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน โดยคัดเลือกผู้รับเหมาหลายราย และพิจารณาความสามารถในการปฏิบัติตามนโยบายสิ่งแวดล้อมของบริษัทเป็นเกณฑ์หนึ่งในการประเมิน และทำข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อม ในสัญญากับคู่ค้า เพื่อให้มั่นใจว่าทุกฝ่ายมีแนวทางร่วมในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
ความเสี่ยง
- การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างถาวร ที่อุณหภูมิความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้น เฉลี่ย 1-5 องศา ทำให้เกิดต้นทุนในการเลือกวัสดุที่ต้องมีความทนทานต่ออุณหภูมิมากขึ้น
- การถูกจำกัดการเข้าถึงแหล่งเงินทุน หากบริษัทฯ ไม่มีนโยบาย เป้าหมาย หรือการดำเนินงานด้านความยั่งยืนที่ชัดเจน
- ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น เนื่องจากธนาคารเริ่มประเมินความเสี่ยงด้าน ESG เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ใช้พิจารณาดอกเบี้ยหรือเครดิต ซึ่งอาจทำให้บริษัทต้องรับภาระต้นทุนทางการเงินมากขึ้น
- ความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ เช่น ค่าประกันภัยที่เพิ่มขึ้น ภาษีคาร์บอน หรือค่าปรับจากการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม
แนวทางการบริหารความเสี่ยง
- ศึกษาและใช้ประโยชน์จากเครื่องมือทางการเงินที่สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน เช่น Green Bond, Sustainability-linked Loan หรือกองทุนสนับสนุนจากภาครัฐ
- ติดตามแนวโน้มภาษี/นโยบายการเงินด้านสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์ทางการเงินให้ทันก่อนที่กฎเกณฑ์จะมีผลบังคับใช้
ความเสี่ยง
- การเปลี่ยนแปลงนโยบาย ข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานภาครัฐ เช่น (ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดเก็บภาษีคาร์บอน
- ภาระการรายงานและตรวจสอบ ซึ่งต้องจัดทำรายงานด้าน ESG หรือ Carbon Disclosure เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดภาระต้นทุนและแรงงานในการบริหารจัดการข้อมูล
แนวทางการบริหารความเสี่ยง
- ติดตามและประเมินความเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและข้อกำหนดอย่างต่อเนื่อง
- จัดตั้งระบบบริหารจัดการข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สามารถจัดเก็บ ประมวลผล และรายงานข้อมูลตามมาตรฐานสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- พัฒนาศักยภาพบุคลากรภายใน ผ่านการอบรมเกี่ยวกับการรายงาน ESG และการวิเคราะห์ข้อมูลด้านคาร์บอน เพื่อรองรับข้อกำหนดใหม่ๆ อย่างมีความพร้อม
- ประเมินความเสี่ยงทางภาษี เช่น ภาษีคาร์บอน และบูรณาการไว้ในการวางแผนทางการเงินและกลยุทธ์โครงการ