การจัดการมลพิษทางอากาศและเสียง
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย

ผลการดำเนินงานปี 2567

ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส
บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการจัดการคุณภาพอากาศ เสียง และความสั่นสะเทือนทั้งภายในพื้นที่ก่อสร้างและชุมชนโดยรอบ โดยมีการตรวจวัดและติดตามผลอย่างสม่ำเสมอเพื่อควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน พร้อมทั้งพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมายและสร้างความมั่นใจแก่ผู้มีส่วนได้เสีย
การควบคุมคุณภาพอากาศและเสียงในพื้นที่ก่อสร้างยังคงเผชิญความท้าทายจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ต้องลงทุนสูง รวมถึงความคาดหวังจากชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียที่เพิ่มมากขึ้น บริษัทฯ จึงต้องดำเนินมาตรการอย่างรัดกุมและปรับปรุงการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง
การยกระดับมาตรฐานการจัดการคุณภาพอากาศและเสียงไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรด้านความรับผิดชอบต่อสังคม เพิ่มความเชื่อมั่นในกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย และสร้างความแตกต่างเชิงการแข่งขันในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
แนวทางการจัดการและแนวปฏิบัติ
แนวทางการจัดการ
- การตรวจวัดและติดตามผล
- ตรวจวัดคุณภาพอากาศ ได้แก่ ดัชนีฝุ่นละอองรวม (TSP), PM10, PM2.5, ก๊าซ NO2 และ SO2
- ตรวจวัดระดับเสียงและแรงสั่นสะเทือนให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
- จัดทำรายงานผลการตรวจวัดเป็นส่วนหนึ่งของ EIA Monitoring Report
- มาตรการควบคุมและป้องกัน
- ใช้มาตรการลดฝุ่น เช่น การพรมน้ำ คลุมวัสดุด้วยผ้าใบ
- จัดช่วงเวลาและวิธีการทำงานก่อสร้างให้เหมาะสมเพื่อลดเสียงรบกวน
- ติดตั้งผนังกันเสียงชั่วคราวรอบแหล่งกำเนิดเสียง
- ใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ช่วยลดแรงสั่นสะเทือน
- การดูแลเครื่องจักรและอุปกรณ์
- ตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องจักรให้อยู่ในสภาพดีเสมอ
- ติดตั้งฝาครอบและอุปกรณ์ลดเสียงที่จุดกำเนิดเสียง
- หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพ
- การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
- ใช้ผลการตรวจวัดเพื่อปรับปรุงมาตรการควบคุม
- ศึกษาและประยุกต์เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อการควบคุมอากาศ เสียง และแรงสั่นสะเทือน
แนวปฏิบัติสำหรับพนักงานและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่
- พนักงานและผู้ปฏิบัติงานต้องทิ้งวัสดุหรือของเสียในพื้นที่ก่อสร้างอย่างถูกต้อง เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น
- ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมฝุ่น เสียง และแรงสั่นสะเทือนที่กำหนดอย่างเคร่งครัด
- ใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) เช่น หน้ากากกันฝุ่น หรือที่อุดหู เมื่อทำงานในพื้นที่เสี่ยง
- ให้ความร่วมมือกับการตรวจวัดและติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่บริษัทฯ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- จัดทำรายงานเหตุการณ์ผิดปกติ เช่น ฝุ่น เสียง หรือแรงสั่นสะเทือนที่เกินมาตรฐานต่อผู้บังคับบัญชาทันที
- มีส่วนร่วมในกิจกรรมรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมและการอบรมที่เกี่ยวข้อง