เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

ผลการดำเนินงานปี 2567

ไม่พบ
ประเด็นข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนตามช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน
ไม่มี
ประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่คุณค่า
บริษัทฯ ได้มีการทบทวนนโยบายสิทธิมนุษยชนให้ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มและได้มีการประเมินความเข้าใจของพนักงานในเรื่องของแนวปฏิบัติสิทธิมนุษยชนครบ

ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส

บริษัทฯ ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักบรรษัทภิบาลที่โปร่งใส ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิมนุษยชนตามกฎหมายและหลักการสากลอย่างเคร่งครัด จึงได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อป้องกันการละเมิดในทุกกระบวนการดำเนินงาน ครอบคลุมทั้งพนักงาน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสีย ในห่วงโซ่คุณค่า โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติที่เท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ ส่งเสริมการจ้างงานที่เป็นธรรม การไม่ใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานบังคับ รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมและเคารพสิทธิมนุษยชนในทุกระดับยังคงเผชิญกับความท้าทายจากความแตกต่างด้านวัฒนธรรม กฎหมายแรงงานที่เปลี่ยนแปลงไปตามบริบทของประเทศและภูมิภาค ตลอดจนความซับซ้อนของห่วงโซ่อุปทานที่มีผู้มีส่วนได้เสียจำนวนมาก อีกทั้งการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจังในทุกระดับพนักงานและคู่ค้า ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยเวลาและความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง

ในอีกด้านหนึ่ง การดำเนินงานที่ยึดมั่นในสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัดไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายและชื่อเสียง แต่ยังสร้างโอกาสในการยกระดับภาพลักษณ์องค์กรในฐานะผู้ประกอบการที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสีย อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจจากนักลงทุน พันธมิตรทางธุรกิจ และลูกค้า รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 8 การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ และ SDG 16 สันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงของบริษัทฯ ในระยะยาว


แนวทางการจัดการและแนวปฏิบัติ

นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ ยึดมั่นในการดำเนินงานตามหลักบรรษัทภิบาล ตระหนักถึงหน้าที่ความรับผิดชอบต่อสังคม เคารพและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนตามหลักกฎหมายและหลักการสากลอย่างเคร่งครัด ดังนั้น เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ปราศจากจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน คณะกรรมการบริษัทฯ จึงเห็นสมควรให้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกกระบวนการดำเนินงานของบริษัทฯ รวมถึงการบริหารจัดการคู่ธุรกิจในห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (Business Partner in Business Value Chain) และผู้ร่วมธุรกิจ มุ่งเน้นการปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพและเท่าเทียม ไม่แบ่งแยกความแตกต่างในทางเชื้อชาติ ศาสนา เพศ ความหลากหลายทางเพศ ภาษา อายุ สีผิว สถานะทางสังคม ความทุพพลภาพ ความคิดเห็นทางการเมือง การเข้าร่วมกลุ่มหรือสถานะทางสังคมอื่นใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน หรือเรื่องอื่นใดก็ตาม บริษัทฯ ไม่ใช้แรงงานเด็ก ไม่ใช้แรงงานบังคับ สนับสนุนการใช้แรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมาย

บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการจ้างงานที่เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ มุ่งเน้นนการจ่ายค่าาตอบแทนและให้โอกาสในการเติบโตแก่พนักงานอย่างเป็นธรรมโดยขึ้นอยู่กับผลการปฏิบัติงานของ พนักงาน และมีการดำเนินการ ส่งเสริม สนับสนุนและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันมิให้เกิดผลกระทบ ต่อสุขภาพอนามัยของพนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง

บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัตินโยบายด้านสิทธิมนุษยชนดังนี้

  • ปฏิบัติต่อทุกคนตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเท่าเทียมปราศจากการเลือกปฏิบัติ
  • ดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจที่ไม่ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน
  • สนับสนุนให้ใช้สิทธิของตนในฐานะพลเมืองโดยชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญและตามกฎหมายไทย
  • สนับสนุนส่งเสริมและเคารพการปกป้องสิทธิมนุษยชน
  • มีมาตรการกำกับดูแล มิให้ธุรกิจของบริษัทฯ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชน
  • ติดตาม ตรวจสอบ การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงกำหนดแนวทางหรือมาตรการในการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
  • สื่อสาร เผยแพร่ ให้ความรู้ความเข้าใจในหลักสิทธิมนุษยชนสากลแก่ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ บริษัทย่อย และบริษัทร่วมทุนที่บริษัทฯ มีอำนาจควบคุม
  • สนับสนุนให้พันธมิตรทางธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องตลอดทั้ง ห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) อาทิ คู่ค้า ลูกค้า ผู้รับเหมาชั้นต้น ผู้รับเหมาช่วง ตลอดจนผู้ร่วมธุรกิจ (Joint Venture) ตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพสิทธิมนุษยชนเพื่อการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน
  • จัดให้มีกระบวนการประเมิน และระบุประเด็นความเสี่ยงด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน และผลกระทบเพื่อให้บริษัทฯ สามารถวางแผนและกำหนดแนวทางแก้ไข และป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้
  • ให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิของคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) โดยบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจบนหลักความเป็นธรรม โปร่งใส และมีความรับผิดชอบ พร้อมปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรฐานสากล และจรรยาบรรณทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมความร่วมมือที่ยั่งยืน ปราศจากการเลือกปฏิบัติ และเคารพสิทธิมนุษยชนของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
  • มุ่งมั่นในการพัฒนาและส่งมอบโครงการ รวมถึงการให้บริการที่มีคุณภาพสูง ตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยและความพึงพอใจของลูกค้า โดยให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิของลูกค้า ผ่านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง การปฏิบัติต่อลูกค้าทุกท่านอย่างเท่าเทียม เป็นธรรม และปราศจากการเลือกปฏิบัติ ตลอดจนการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า
  • ให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิและความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม โดยปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง และจัดให้มีการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และชุมชน ควบคู่กับกระบวนการรับฟังความคิดเห็น เพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชนโดยรอบสามารถแสดงความคิดเห็นและแจ้งข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ นำไปสู่การแก้ไข เยียวยา และป้องกันความเสี่ยงจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเหมาะสม
  • จัดให้มีการบริหารจัดการเรื่องร้องเรียน และการเก็บรักษาข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งพัฒนาช่องทางการร้องเรียน และการแจ้งเบาะแสด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่เสมอ

กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ปราศจากจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน และดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของหลักการสากล United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights (UNGP) รวมถึงบริบทของการประกอบการในประเทศไทย บริษัทฯ จึงได้จัดให้มีการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Right Due Diligence: HRDD) โดยมีจุดประสงค์เพื่อระบุความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนและป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือผลกระทบด้านลบอื่นๆ ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

บริษัทฯ มีการดำเนินการทวนสอบสถานะเพื่อระบุความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ และผลกระทบที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ อย่างสม่ำเสมอ โดยมีการบริหารจัดการรวมถึงกำหนดแนวทางมาตรการในการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างทันท่วงทีและเหมาะสม โดยให้ทุกกลุ่มงานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทฯ และคู่ค้า รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจและการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง (การควบรวม การเข้าซื้อกิจการ หรือ กิจการร่วมค้า) มีหน้าที่กำกับดูแล ตรวจตราบริหารและระบุผลกระทบ และ/หรือประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นในความรับผิดชอบของกลุ่มงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการว่าจ้างแรงงาน เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าไปเกี่ยวข้องในประเด็นการค้ามนุษย์ การเลือกปฏิบัติในการว่าจ้างแรงงาน, แรงงานบังคับ และแรงงานเด็ก ผ่านกระบวนการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านที่บริษัทฯ ดำเนินการอย่างเป็นระบบในทุกๆ ปี เพื่อให้มีข้อมูลประกอบการพิจารณาก่อนการตัดสินใจลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยพิจารณาให้ครอบคลุมถึงผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ประเด็นสิทธิมนุษยชนที่มีการพิจารณาในกระบวนการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน จะครอบคลุมถึง สภาพการจ้างงาน สุขภาพ อาชีวอนามัยและความปลอดภัย การใช้แรงงานบังคับ การใช้แรงงานเด็ก การค้ามนุษย์ การเลือกปฏิบัติ การให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสม เท่าเทียม การโยกย้ายถิ่นฐาน การได้มาซึ่งที่ดิน การเป็นส่วนตัว ข้อมูลส่วนบุคคล และ อื่นๆ เช่น สิทธิผู้พิการ และการล่วงละเมิด เป็นต้น

กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านของบริษัทฯ ประกอบด้วยกระบวนการที่มีอย่างระบบและเป้าหมายดังนี้

บริษัทฯ กำหนดขอบเขตกระบวนการตรวจสอบทางด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านอย่างชัดเจน เพื่อให้มั่นใจว่าได้ตรวจสอบประเด็นทางสิทธิมนุษยชนครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม โดยพิจารณาประเด็นสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สิทธิพนักงานและแรงงาน สิทธิคู่ค้าและผู้รับเหมา สิทธิชุมชนท้องถิ่น สิทธิผู้พิการ สิทธิลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ

บริษัทฯ ได้ระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่า รวมทั้งแนวทางการพิจารณาประเด็นทางด้านสิทธิมนุษยชนนี้ยังถูกนำไปใช้กับการควบรวมกิจการ การเข้าซื้อกิจการ และการร่วมทุนบริษัทใหม่ และบริษัทฯ ยังมีการทบทวนการจัดทำแผนความเสี่ยงและแนวโน้มความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในประเด็นสิทธิมนุษชนอย่างเป็นระบบ

บริษัทฯ จัดให้มีการประเมินความเสี่ยงทางด้านสิทธิมนุษยชน โดยพิจารณาเกณฑ์ขนาดความรุนแรงของผลกระทบและเกณฑ์โอกาสในการเกิดการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยแบ่งความรุนแรงเป็น 3 ระดับ คือ ความรุนแรงระดับต่ำ ความรุนแรงระดับกลาง และความรุนแรงระดับสูง

บริษัทฯ ได้วิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นและกำหนดมาตรการควบคุมและมาตรการบรรเทาผลกระทบที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงพัฒนามาตรการเพิ่มเติม เพื่อลดโอกาสการเกิดหรือความรุนแรง และผลกระทบของประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลต่อผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทฯ มีการติดตามวิธีการแก้ไขและการเยียวยาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่ได้เกิดขึ้น และยังมีการประเมินนโยบาย และการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ รวมถึงมีการรายงานผลการประเมินต่อคณะกรรมการ บริษัทฯ เป็นประจำทุกปี

เมื่อเกิดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนจากการประกอบธุรกิจ บริษัทฯ จะให้ความร่วมมือในกระบวนการต่าง ๆ ที่คำนึงถึงความเป็นธรรม โปร่งใสและสอดคล้องตามหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) รวมถึงมีมาตรการฟื้นฟูทั้งในรูปแบบความช่วยเหลือด้านการเงินและด้านอื่นๆ เพื่อบรรเทาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมของบริษัทฯ ที่เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกกิจกรรม

การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

ประเด็นความเสี่ยง

  • สภาพการจ้างงาน
  • สุขภาพ อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงาน
  • การเลือกปฏิบัติต่อพนักงาน
  • การให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสม เท่าเทียม
  • การเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคล

มาตรการป้องกันและบรรเทาความเสี่ยง

  • กำหนดสภาพการจ้างและข้อบังคับในการทำงานเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และมีสวัสดิการและหลักประกันทางสังคมต่าง ๆ เช่น ประกันสังคม กอวทุนเงินทดแทน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นต้น
  • ปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเท่าเทียมปราศจากการเลือกปฏิบัติ
  • มีการพิจารณาให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสม เท่าเทียม โดยขึ้นอยู่กับผลการปฏิบัติงาน
  • ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ อาชีวอนามัยและความปลอดภัย มีการตรวจสุขภาพพนักงานทุกปี มีการจัดทำประกันสุขภาพให้กับพนักงาน รวมไปถึงจัดหาอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน
  • มีคณะกรรมการสวัสดิการเพื่อร่วมให้ความเห็นในการจัดสวัสดิการและกิจกรรมให้แก่พนักงาน
  • มีการกำหนดนโยบาย แนวทางและขั้นตอนในการบริหารข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน
  • มีการอบรมพนักงานในวันเริ่มงานเพื่อให้ความรู้ในเรื่องของระเบียบ ข้อบังคับและนโยบายต่าง ๆ ของบริษัทฯ
  • อบรมหัวหน้างานเรื่องสิทธิแรงงาน เพื่อป้องกันการจัดการที่ละเมิดสิทธิ
  • บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนและช่องทางการแจ้งเบาะแสที่หลากหลาย เช่น ผ่าน เว็บไซต์ อีเมล หรือกล่องรับเรื่อง รวมไปถึงมีมาตรการคุ้มครองและรักษาความลับของผู้ร้องเรียนอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ร้องเรียนถูกตอบโต้ GRI 2-26 & GRI 412

มาตรการการเยียวยาผลกระทบ (GRI 2-25)

  • มีการสอบสวนข้อเท็จจริงโดยคณะกรรมการที่บริษัทฯ มอบหมายตามนโยบายและแนวปฏิบัติเรื่องช่องทางการแจ้งเบาะแสและการกระทำผิด
  • หากพบว่ามีการละเมิดจริง บริษัทฯ จะดำเนินการเยียวยา เช่น
    • การดำเนินการทางวินัยกับผู้กระทำผิด พร้อมทั้งปรับปรุงนโยบาย หลักเกณฑ์ ขั้นตอนการทำงานและกำหนดกระบวนการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ
    • การชดเชยเพิ่มเติม หากพนักงานเสียโอกาสหรือได้รับความเสียหายจากความไม่เป็นธรรม โดยมีการติดตามผลการเยียวยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินประสิทธิผลของมาตรการ GRI 2-25
    • การปรับปรุงสภาพแวดล้อมและความปลอดภัยในการทำงาน

ประเด็นความเสี่ยง

  • การเลือกปฏิบัติต่อคู่ค้าและผู้รับเหมา
  • การใช้แรงงานบังคับ การใช้แรงงานเด็ก และการค้ามนุษย์
  • สุขภาพ อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของผู้รับเหมา

มาตรการป้องกันและบรรเทาความเสี่ยง

  • มีการกำหนดนโยบายสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้าและผู้รับเหมา
  • คัดเลือกคู่ค้าและผู้รับเหมาอย่างยุติธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่เลือกปฏิบัติ โดยจัดทำแบบประเมินด้านความยั่งยืนของคู่ค้า (Vendor Sustainability Assessment Survey: VAS) เพื่อใช้ในการพิจารณาคู่ค้ารายใหม่และรายปัจจุบัน
  • มีการให้ความรู้กับพนักงานในเรื่องสิทธิมนุษยชน เพื่อการไม่เลือกปฏิบัติกับผู้มีเสียได้เสียทุกกลุ่ม
  • มีการระบุให้คู่ค้าและผู้รับเหมาทราบถึงนโยบายของบริษัทฯ ที่ไม่สนับสนุนการใช้แรงงานบังคับ การใช้แรงงานเด็ก และการค้ามนุษย์
  • บริเวณโครงการก่อสร้าง มีการจัดการมาตรฐานความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด
  • บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนและช่องทางการแจ้งเบาะแส รวมไปถึงมีมาตรการคุ้มครองและรักษาความลับของผู้ร้องเรียนอย่างเคร่งครัด โดยมีช่องทางในการร้องเรียนเรื่องต่าง ๆ ให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

มาตรการการเยียวยาผลกระทบ (GRI 2-25)

  • การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ผ่านกลไกเจรจาร่วมโดยไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย
  • ชดเชยความเสียหายทางธุรกิจ เช่น ค่าปรับล่าช้า ค่าความเสียหายที่เกิดจากคำสั่งหรือการยกเลิกงานไม่เป็นธรรม
  • กรณีพบการละเมิดสิทธิแรงงานในส่วนของผู้รับเหมา เช่น ใช้แรงงานผิดกฎหมาย บริษัทฯ จะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ พร้อมทั้งให้คำปรึกษาและสนับสนุนในการปรับปรุงการจ้างแรงงานให้ถูกต้องตามกฎหมาย
  • การปรับปรุงสภาพแวดล้อมและความปลอดภัยในการทำงานอย่างเคร่งครัด

ประเด็นความเสี่ยง

  • การเลือกปฏิบัติต่อลูกค้าและผู้บริโภค
  • การเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคล

มาตรการป้องกันและบรรเทาความเสี่ยง

  • มีการกำหนดนโยบายสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า
  • มีการให้ความรู้กับพนักงานในเรื่องสิทธิมนุษยชน เพื่อการไม่เลือกปฏิบัติกับผู้มีเสียได้เสียทุกกลุ่ม
  • มีการกำหนดนโยบาย แนวทาง ขั้นตอนและสื่อสารในเรื่องของสิทธิส่วนบุคคลและการบริหารข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า พร้อมทั้งอบรมให้ความรู้แก่พนักงาน
  • บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนและช่องทางการแจ้งเบาะแส รวมไปถึงมีมาตรการคุ้มครองและรักษาความลับของผู้ร้องเรียน โดยมีช่องทางในการร้องเรียนเรื่องต่าง ๆ ให้กับลูกค้า และมีการกำหนดขั้นตอนในการจัดการเรื่องร้องเรียนเพื่อให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด

มาตรการการเยียวยาผลกระทบ (GRI 2-25)

  • แสดงความรับผิดชอบจากองค์กร โดยการขอโทษอย่างเป็นทางการ และแจ้งวิธีการจัดการเพื่อแก้ไข
  • ชดเชยความเสียหาย หากมีการละเมิดและเกิดผลกระทบ
  • อำนวยความสะดวกเพิ่มเติมเพื่อช่วยแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้น
  • บริษัทฯ มีการติดตามความพึงพอใจของลูกค้าหลังดำเนินการเยียวยาและนำข้อมูลจากการร้องเรียนของลูกค้ามาใช้ปรับปรุงกระบวนการให้บริการ

ประเด็นความเสี่ยง

  • การโยกย้ายถิ่นฐาน และการได้มาซึ่งที่ดิน
  • ผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการ เช่น ของเสียจากโครงการก่อสร้าง เสียง แรงสั่นสะเทือน และมลพิษ เป็นต้น

มาตรการป้องกันและบรรเทาความเสี่ยง

  • กำหนดให้โครงการก่อสร้างปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
  • มีคณะกรรมการเพื่อพิจารณาการได้มาซึ่งที่ดิน โดยมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาที่ยุติธรรมและโปร่งใส
  • จัดให้มีการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และชุมชน และมีการรายงานผลอย่างต่อเนื่อง
  • บริเวณโครงการก่อสร้าง มีการจัดการมาตรฐานความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด
  • มีกระบวนการและช่องทางการรับฟังความคิดเห็นเพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชนโดยรอบสามารถแสดงความคิดเห็นและแจ้งข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการ
  • บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนและช่องทางการแจ้งเบาะแส รวมไปถึงมีมาตรการคุ้มครองและรักษาความลับของผู้ร้องเรียน

มาตรการการเยียวยาผลกระทบ (GRI 2-25)

  • แสดงความรับผิดชอบจากองค์กร โดยการขอโทษอย่างเป็นทางการ และแจ้งวิธีการจัดการเพื่อแก้ไข
  • มีการบรรเทาผลกระทบและการเยียวยาให้กับชุมชน ที่เป็นไปตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เช่น
    • ค่าชดเชยความเสียหายหรือค่าเสียโอกาส
    • สร้างหรือปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค ในกรณีที่โครงการก่อผลกระทบโดยตรง
    • จัดตั้งกองทุนเยียวยา/พัฒนาชุมชน สำหรับกรณีที่ได้รับผลกระทบระยะยาว

ประเด็นความเสี่ยง

  • การเข้าถึงการบริการ (Accessibility)
  • การมีส่วนร่วมในสังคม

มาตรการป้องกันและบรรเทาความเสี่ยง

  • กำหนดให้โครงการที่อยู่อาศัย ออกแบบอาคารที่เข้าถึงได้สำหรับผู้พิการ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการตามที่กฎหมายกำหนด เช่น การออกแบบทางเดิน การเข้า-ออก เป็นต้น
  • บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอด ให้โอกาสในการจ้างงานผู้พิการ
  • บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนและช่องทางการแจ้งเบาะแส รวมไปถึงมีมาตรการคุ้มครองและรักษาความลับของผู้ร้องเรียน

มาตรการการเยียวยาผลกระทบ (GRI 2-25)

  • แก้ไขปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกทางกายภาพ
  • การจัดให้มีช่องทางเข้าร่วมที่หลากหลายและเหมาะสมกับผู้พิการทุกกลุ่ม

การติดตามและทบทวนผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนและช่องทางการแจ้งเบาะแส รวมไปถึงมีมาตรการคุ้มครองและรักษาความลับของผู้ร้องเรียน ตามรายละเอียด การแจ้งเบาะแสและการร้องเรียน

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ผู้บริหารและพนักงาน
ผู้บริหารและพนักงาน
ลูกค้า
ลูกค้า
ชุมชนและสังคม
ชุมชนและสังคม
หน่วยงานภาครัฐ
หน่วยงานภาครัฐ
นักลงทุนและผู้ถือหุ้น
นักลงทุนและผู้ถือหุ้น
ซัพพลายเออร์และผู้รับเหมา
ซัพพลายเออร์และผู้รับเหมา
เจ้าหนี้
เจ้าหนี้
คู่แข่ง
คู่แข่ง