การบริหารจัดการน้ำ
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย

ผลการดำเนินงานปี 2568
| ผลการดำเนินงาน | หน่วย | 2566 | 2567 | 2568 | เปลี่ยนแปลงจากปีฐาน |
|---|---|---|---|---|---|
| ปริมาณการบริโภคน้ำรวม | ลูกบาศก์เมตร | 1,535 | 2,052 | 1,464 | -4.6% |
| ปริมาณการใช้น้ำประปาหรือน้ำจากองค์กรอื่น | ลูกบาศก์เมตร | 1,535 | 2,052 | 1,464 | -4.6% |
| อัตราส่วนปริมาณการใช้น้ำรวมต่อจำนวนพนักงานรวม | ลูกบาศก์เมตร / คน / ปี | 2.21 | 2.41 | 1.57 | -29.0% |
| อัตราส่วนปริมาณการใช้น้ำสุทธิต่อรายได้รวม | ลูกบาศก์เมตร / รายได้พันบาท* | 0.00015 | 0.00018 | 0.00019 | +25.4% |
| ปริมาณการใช้น้ำสุทธิต่อหน่วย | ลูกบาศก์เมตร / คน (พนักงาน) | 4.13 | 5.88 | 4.07 | -1.5% |
หมายเหตุ: (*) รายได้รวมและค่าใช้จ่ายรวมจากงบการเงินรวม
ในปี 2568 บริษัทฯ สามารถลดปริมาณการใช้น้ำได้ 4.6% เทียบกับปีฐาน 2566 ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 5% ภายในปี 2569 โดยบริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรลุเป้าหมายภายในระยะเวลาที่กำหนด
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เนื่องจากน้ำเป็นทรัพยากรที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ตลอดจนการดำเนินงานก่อสร้างและการอยู่อาศัยในโครงการ บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นบริหารจัดการน้ำตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อส่งเสริมการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำ อันสอดคล้องกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ ภายใต้แนวคิด Live Different
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ประเมินความเสี่ยงด้านน้ำของโครงการทั้งหมดโดยใช้เครื่องมือ WRI Aqueduct Water Risk Atlas พบว่าโครงการทั้ง 23 โครงการ ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ล้วนอยู่ในพื้นที่ที่มีความเครียดด้านน้ำตั้งแต่ระดับ Medium-High ขึ้นไปทั้งหมด บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการวางแผนและบริหารจัดการน้ำในทุกโครงการอย่างเป็นระบบ เพื่อลดผลกระทบต่อทรัพยากรน้ำในพื้นที่และตอบสนองต่อความเสี่ยงดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ

ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส
บริษัทฯ มุ่งมั่นบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ภายใต้นโยบายการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำ โดยครอบคลุมทั้งกระบวนการก่อสร้างและการดำเนินงานของโครงการ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการบริหารจัดการน้ำในระดับสากลอย่างไรก็ดี การบริหารจัดการน้ำยังเผชิญกับความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการที่โครงการทั้งหมดของบริษัทฯ ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเครียดด้านน้ำตั้งแต่ระดับ Medium-High ขึ้นไป ประกอบกับความไม่แน่นอนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจส่งผลต่อปริมาณและคุณภาพน้ำในระยะยาว รวมถึงความคาดหวังด้านมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลการใช้น้ำที่สูงขึ้นจากผู้มีส่วนได้เสียและนักลงทุนในระดับสากล
ทั้งนี้ บริษัทฯ มองว่าความท้าทายดังกล่าวเป็นโอกาสในการยกระดับประสิทธิภาพการใช้น้ำอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเลือกใช้อุปกรณ์และสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำในทุกโครงการ การพัฒนาระบบบำบัดและนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ตลอดจนการกำหนดเป้าหมายการลดการใช้น้ำที่มีกรอบเวลาชัดเจน ซึ่งไม่เพียงช่วยรักษาทรัพยากรน้ำเพื่ออนาคต แต่ยังเสริมสร้างความน่าเชื่อถือขององค์กรในด้านความยั่งยืนต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
การประเมินความเสี่ยงด้านน้ำ
บริษัทฯ ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำของโครงการทั้งหมดอย่างเป็นระบบโดยใช้เครื่องมือ WRI Aqueduct Water Risk Atlas ซึ่งเป็นมาตรฐานการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อระบุและจัดลำดับความเสี่ยงของแต่ละโครงการในเชิงพื้นที่ และนำผลที่ได้ไปใช้วางแผนมาตรการบริหารจัดการน้ำอย่างตรงจุด
ในปี 2568 ผลการประเมินพบว่าโครงการของบริษัทฯ ทั้งสิ้น 23 โครงการ คิดเป็น 100% ของโครงการทั้งหมด ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเครียดด้านน้ำ (Water-Stressed Regions) ทั้งหมด โดยแบ่งตามระดับความเสี่ยงได้ดังนี้
- ระดับ Extremely High (>80%) จำนวน 9 โครงการ คิดเป็น 39% ของโครงการทั้งหมด
- ระดับ High (40-80%) จำนวน 3 โครงการ คิดเป็น 13% ของโครงการทั้งหมด
- ระดับ Medium-High (20-40%) จำนวน 11 โครงการ คิดเป็น 48% ของโครงการทั้งหมด
ผลการประเมินดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าโครงการทั้งหมดของบริษัทฯ ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ล้วนเผชิญกับความเสี่ยงด้านทรัพยากรน้ำในระดับที่ต้องให้ความสำคัญ บริษัทฯ จึงนำผลการประเมินนี้มาใช้เป็นแนวทางในการกำหนดมาตรการบริหารจัดการน้ำ การตั้งเป้าหมายการลดการใช้น้ำ และการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบต่อทรัพยากรน้ำอย่างเป็นรูปธรรม
แนวทางการจัดการและแนวปฏิบัติ
บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งในสำนักงานและในกระบวนการก่อสร้าง เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการทั้งหมดซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ Water Stressed มีแผนการจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
ภายในอาคารสำนักงาน
บริษัทฯ ดำเนินมาตรการประหยัดน้ำในสำนักงานอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การรณรงค์การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าในทุกพื้นที่ การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ พร้อมช่องทาง LINE@ สำหรับแจ้งเหตุน้ำรั่วซึมได้อย่างทันท่วงที รวมถึงการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบประปาและสุขภัณฑ์เป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำโดยไม่จำเป็น
ภายในโครงการก่อสร้าง
บริษัทฯ ได้จัดทำแผนการจัดการน้ำ (Water Management Plan) ในระดับโครงการ ครอบคลุมทั้งการควบคุมการใช้น้ำและการบำบัดน้ำเสียในกระบวนการก่อสร้างอย่างครบวงจร
ด้านการควบคุมการใช้น้ำ บริษัทฯ กำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจน ได้แก่ การเลือกใช้อุปกรณ์และท่อประปาที่มีคุณภาพและมาตรฐานเพื่อป้องกันการรั่วซึม การจัดเตรียมถังเก็บน้ำสำรองให้เพียงพอสำหรับพื้นที่ก่อสร้างและบ้านพักแรงงาน รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้แก่แรงงานก่อสร้างผ่านการประชาสัมพันธ์และประกาศเสียงตามสายในพื้นที่โครงการอย่างต่อเนื่อง
ด้านการบำบัดน้ำเสียและระบบระบายน้ำ บริษัทฯ จัดให้มีรางระบายน้ำชั่วคราวโดยรอบพื้นที่ก่อสร้าง พร้อมบ่อดักตะกอนที่ปลายรางเพื่อกรองดิน หิน กรวด และทรายก่อนระบายสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะของเทศบาล/กรุงเทพมหานคร เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำทิ้งมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดก่อนปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังดำเนินการตรวจวัดคุณภาพน้ำตามพารามิเตอร์มาตรฐาน ได้แก่ ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH), บีโอดี (BOD), สารแขวนลอย (SS), สารละลายทั้งหมด (TDS), ซัลไฟด์, น้ำมันและไขมัน, ตะกอนหนัก, ทีเคเอ็น (TKN) และค่าโคลิฟอร์มแบคทีเรีย พร้อมทำความสะอาดพื้นที่โครงการเป็นประจำทุกวันเพื่อป้องกันการกีดขวางทางระบายน้ำ
ทั้งนี้ แผนการจัดการน้ำดังกล่าวใช้เป็นกรอบในการติดตาม ควบคุม และรายงานผลการใช้น้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของบริษัทฯ ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อทรัพยากรน้ำในชุมชนโดยรอบโครงการ
การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย
บริษัทฯ ตระหนักว่าโครงการทั้งหมดตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเครียดด้านน้ำ การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่จึงเป็นส่วนสำคัญของการบริหารจัดการน้ำอย่างรับผิดชอบ โดยบริษัทฯ ดำเนินการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA) ตามที่กฎหมายกำหนดสำหรับทุกโครงการ ซึ่งครอบคลุมการประเมินผลกระทบด้านทรัพยากรน้ำและการรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนโดยรอบอย่างเป็นทางการ
ก่อนเริ่มการก่อสร้าง บริษัทฯ จัดให้เจ้าหน้าที่เข้าพบผู้อยู่อาศัยข้างเคียงโครงการเพื่อแจ้งกำหนดการก่อสร้าง รับฟังข้อกังวลด้านการจัดการน้ำและสิ่งแวดล้อม พร้อมมอบหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อโดยตรงกับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ เพื่อให้ชุมชนสามารถแจ้งปัญหาได้อย่างสะดวกและทันท่วงที
บริษัทฯ จัดให้มีช่องทางรับเรื่องร้องเรียนที่หลากหลาย ประกอบด้วยหมายเลขโทรศัพท์ แอปพลิเคชัน LINE และกล่องรับความคิดเห็นที่ติดตั้งบริเวณด้านหน้าโครงการ พร้อมแผนผังขั้นตอนการติดตามและแก้ไขข้อร้องเรียนที่ชัดเจน โดยเมื่อได้รับเรื่องร้องเรียน บริษัทฯ จะดำเนินการค้นหาสาเหตุ แก้ไขปัญหา และแจ้งผลการดำเนินการกลับผู้ร้องเรียนโดยเร่งด่วน รวมถึงประสานงานกับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน ในกรณีที่การดำเนินงานก่อให้เกิดความเสียหายต่ออาคารหรือทรัพย์สินข้างเคียง บริษัทฯ มีกระบวนการชดเชยความเสียหายที่เป็นธรรมตามข้อตกลงร่วมกับผู้ได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้ ช่องทางดังกล่าวเปิดให้ทั้งผู้มีส่วนได้เสียภายในและภายนอกองค์กรสามารถเข้าถึงได้ โดยมีการรักษาความลับของผู้แจ้งเรื่อง และบริษัทฯ มีพันธะในการดำเนินการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมในทุกกรณี