การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
ผลการดำเนินงานปี 2567
บริษัทฯ ได้ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยนำข้อมูลที่ได้รับเป็นฐานสำหรับการวิเคราะห์และวางแผนพัฒนาคุณภาพ รวมถึงการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจและการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยในปี 2567 มีผลการดำเนินงานต่อไปนี้

ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส
บริษัทฯ มุ่งมั่นบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและควบคุมต้นทุน ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงการที่คำนึงถึงความยั่งยืน โดยดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารซัพพลายเชนภายใต้หลักธรรมาภิบาล เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนมาตรฐานแรงงานและสิทธิมนุษยชน และป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันในทุกขั้นตอนของกระบวนการ
ทั้งนี้การจัดการห่วงโซ่อุปทานในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายหลายด้าน ทั้งสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความผันผวนของต้นทุนวัสดุก่อสร้าง ข้อกำหนดด้านกฎหมายและมาตรฐานอาคารที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงความจำเป็นในการสร้างความร่วมมือกับคู่ค้าและผู้รับเหมา เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ได้อย่างครบถ้วน ซึ่งทั้งหมดนี้อาจส่งผลโดยตรงต่อระยะเวลาและความสำเร็จของการพัฒนาโครงการ
บริษัทหวังว่าการยกระดับการบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนเปิดโอกาสให้บริษัทฯ ลดต้นทุนในระยะยาว เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างความแตกต่างเชิงการแข่งขัน อีกทั้งยังช่วยเสริมภาพลักษณ์องค์กรในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย
แนวทางการจัดการและแนวปฏิบัติ
จรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า
บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นในจริยธรรม และปฏิบัติตามกฎหมายและหลักบรรษัทภิบาลที่ดี ควบคู่ไปกับการส่งเสริมคุณภาพสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืนและแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจของบริษัทฯ อีกทั้งให้ความสำคัญกับการเคารพข้อตกลงและเงื่อนไขที่กำหนดร่วมกันในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ ได้จัดทำ จรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติที่คู่ค้าสามารถยึดถือในการดำเนินงาน ประกอบไปด้วย
- การดำเนินธุรกิจด้วยจริยธรรม
- ความซื่อสัตย์ สุจริต และจริยธรรม
- การต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชั่น
- ความขัดแย้งทางผลประโยชน์
- สิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา
- การรักษาข้อมูลความลับ
- การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
- ความเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน
- การดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม
- การเคารพสิทธิมนุษยชน
- สิทธิแรงงาน
- ค่าจ้างและสิทธิ์ประโยชน์
- อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
- การดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
- การปฎิบัติตามกฎ ระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม
- การดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
- การดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อคุณภาพสินค้าและการให้บริการ
บริษัทฯ มีการดำเนินงานการสุ่มตรวจอย่างน้อยปีละครั้งหรือมากกว่าหากมีข้อร้องเรียนจากผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มเพื่อให้มั่นใจถึงการดำเนินงานที่สอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดของบริษัทฯ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มีการติดตามการปฏิบัติตามจรรยาบรรณการดำเนินธุรกิจของคู่ค้าโดยใช้วิธีการตรวจประเมินตนเองของคู่ค้า (Self-assessment) รวมถึงให้คู่ค้ารายใหม่ทุกรายได้รับลงนามรับทราบจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้าของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้มีการเผยแพร่จรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้าเพื่อให้คู่ค้าของบริษัทฯ ทุกรายได้ทราบบน Website ของบริษัทฯ www.noblehome.com
การคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่และรายปัจจุบัน
บริษัทฯ ได้มีแนวทางการพิจารณาคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่และรายปัจจุบันให้สอดคล้องต่อการพัฒนาความยั่งยืนของบริษัทฯ โดยมีนโยบายการคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่และรายปัจจุบัน ที่ยึดหลักเศรษฐกิจและบรรษัทภิบาล สังคม และสิ่งแวดล้อม (ESG) ทั้งหมด 5 ประการ ซึ่งประกอบด้วย
Transparency พิจารณาคัดเลือกคู่ค้าอย่างเป็นธรรม โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้
Accountability พิจารณาคัดเลือกคู่ค้าที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
Equity เปิดโอกาสให้คู่ค้าเสนอราคาแข่งขันกันอย่างเท่าเทียม และเป็นธรรม
Ethic พิจารณาคัดเลือกคู่ค้าที่มีจรรยาบรรณ และจริยธรรมในการทำงานที่ดี
Honesty พนักงานต้องปฎิบัติงานอย่างซื่อสัตย์ สุจริต ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น
ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานการกำกับดูแลกิจการ ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้บริษัทฯ และคู่ค้าเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ได้นำหลักเกณฑ์การความยั่งยืนของคู่ค้า (Vendor Sustainability Assessment Survey: VAS) มาใช้ในการประเมินและพิจารณาคู่ค้ารายใหม่และรายปัจจุบันในเบื้องต้น ที่ได้นำหลักการ ESG มาประยุกต์ใช้ในการคัดเลือก เพื่อให้สามารถบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
- การกำกับกิจการตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดีและการดำเนินการด้านจรรยาบรรณทางธุรกิจ
- การดำเนินการด้านสิทธิมนุษย์ชนและการจัดการแรงงาน
- การดำเนินการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน
- การจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและการปฎิบัติตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- การติดตามผลการดำเนินการและการรายงาน
- การคัดเลือกและการคัดกรองความเสี่ยงเบื้องต้น คู่ค้าทุกรายจะต้องผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นในด้านความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงประวัติการดำเนินงาน และผลงานที่ผ่านมา โดยให้ความสำคัญกับบริษัทที่มีชื่อเสียง น่าเชื่อถือ และได้รับการยอมรับในฐานะบรรษัทภิบาลที่ดี
- การเสนอราคา การวิเคราะห์ และการประเมินคู่ค้า คู่ค้าจะต้องเสนอราคาอย่างเปิดเผยและเป็นธรรม ผ่านกระบวนการ Bidding ที่โปร่งใส บริษัทฯ จะพิจารณาราคางานโดยเทียบกับราคากลางอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งวิเคราะห์ศักยภาพของคู่ค้าในด้านความสามารถในการดำเนินงาน ความน่าเชื่อถือ และเปิดโอกาสให้นำเสนองานและเจรจาต่อรองอย่างเป็นธรรม
- ผลประเมินศักยภาพด้านความยั่งยืนของคู่ค้า การประเมินคู่ค้าในมิติด้านความยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้ามีแนวทางการดำเนินงานที่สอดคล้องกับนโยบายความยั่งยืนของบริษัท
- การติดตามผลการดำเนินการและการรายงาน หลังจากการคัดเลือกและเริ่มต้นความร่วมมือ บริษัทจะมีการติดตามประสิทธิภาพการดำเนินงานของคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจัดทำรายงานผลการประเมินเพื่อใช้ในการพิจารณาร่วมงานในอนาคต
บริษัทฯ มีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่และรายปัจจุบัน โดยนำหลักการประเมินด้านสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจและบรรษัทภิบาล (ESG) มาประยุกต์ใช้ในการคัดเลือก โดยเริ่มจากการประเมินประสิทธิภาพคู่ค้า (Value Score) เพื่อคัดกรองคุณสมบัติ อาทิ ศักยภาพของคู่ค้า คุณภาพของสินค้าและบริการ รวมถึงความสามารถในการจัดหาและส่งมอบสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทฯ จะดำเนินการเปรียบเทียบข้อมูลในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ระบบการบริหารจัดการคุณภาพ การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม การเคารพสิทธิมนุษยชนและแรงงาน ตลอดจนการตรวจประเมินสถานที่ผลิต (On-Site Audit) เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการผลิตเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐานของบริษัทฯ ก่อนเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติงานของคู่ค้าทุกครั้งภายหลังจากเสร็จสิ้นโครงการ โดยมีการพิจารณาร่วมกับหน่วยงานโครงการ เพื่อประเมินคุณภาพสินค้าและบริการให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด รวมถึงพิจารณาระดับความเหมาะสมของราคา ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม อันสอดคล้องกับนโยบายด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ
ด้านการกำกับดูแลกิจการ
คู่ค้ามีการดำเนินบริหารจัดการงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ตรงไปตรงมา มีความรับผิดชอบงานอย่างเต็มที่และใช้ความสามารถเต็มกำลัง เพื่อให้งานมีคุณภาพและเสร็จตามเวลาที่กำหนด รวมถึงมีการเลือกวัสดุ เครื่องจักรและแรงงานที่ได้มาตรฐานสำหรับการก่อสร้าง
ด้านสังคม
คู่ค้ามีการใช้แรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีระบบรักษาความปลอดภัยและป้องกันไม่เกิดอุบัติเหตุในการทำงาน รวมถึงได้มีการจัดเตรียมพร้อมตอบสนองต่อสภาวะฉุกเฉินอย่างทันท่วงที
ด้านสิ่งแวดล้อม
สนับสนุนให้คู่ค้าควบคุมการทำงานให้เป็นไปตามมาตรฐาน กฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดการก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ เสียงและแรงสั่นสะเทือน รวมถึงต้องมีการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยสู่สาธารณะ และการใช้วัสดุการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การระบุคู่ค้ารายสำคัญ
ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของห่วงโซ่อุปทานซึ่งมีบทบาทโดยตรงต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การส่งมอบ ต้นทุน และความสามารถในการแข่งขันขององค์กร การระบุและบริหารจัดการคู่ค้ารายสำคัญจึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักที่บริษัทฯ ใช้ในการลดความเสี่ยง เพิ่มประสิทธิภาพ และส่งเสริมความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน
บริษัทฯ ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกและพิจารณากลุ่มคู่ค้าเพื่อใช้ในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้
คู่ค้าที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยมีมูลค่าการจัดซื้อรวมมากกว่า 50 ล้านบาทต่อปี และมีลักษณะที่ยากต่อการทดแทน ทั้งในด้านคุณภาพ ความชำนาญเฉพาะด้าน เทคโนโลยี หรือระยะเวลาการจัดหา
คู่ค้าที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ โดยตรง แต่มีมูลค่าการซื้อขายในระดับสูงกับคู่ค้ารายสำคัญที่ทำธุรกิจกับบริษัทโดยตรง (Critical Tier 1 Supplier) และมีบทบาทสำคัญต่อความต่อเนื่องและคุณภาพของโครงการก่อสร้าง เช่น ผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายวัสดุก่อสร้างหลัก อาทิ คอนกรีต เหล็ก หรือโครงสร้างสำเร็จรูป
คู่ค้าที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ โดยตรง แต่มีมูลค่าการจัดซื้ออยู่ในระดับปานกลาง หรือมีมูลค่าสัญญาต่ำ และมีระดับความเสี่ยงอยู่ในระดับกลางหรือต่ำ
โดยการดำเนินงานดังกล่าวอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของหน่วยงานที่รับผิดชอบการจัดซื้อจัดจ้างของบริษัทฯ ซึ่งได้เพิ่มแนวทางการสรรหาคู่ค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น ส่งผลให้บริษัทฯ มีโอกาสและความได้เปรียบในด้านราคา คุณภาพ ตลอดจนการคัดเลือกสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังช่วยลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้าและเสริมสร้างความยั่งยืนในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอีกด้วย ซึ่งในปี 2567 บริษัทฯ ได้ดำเนินการทบทวนและระบุคู่ค้ารายสำคัญทั้งหมดและสามารถแสดงผลคู่ค้ารายสำคัญของบริษัทฯ (Critical Tier 1 Supplier) และคู่ค้าที่ทำธุรกิจกับบริษัทโดยตรง (Tier 1 Supplier) และอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลของคู่ค้ารายสำคัญที่ไม่ได้ทำธุรกิจกับบริษัทฯ โดยตรง (Critical Non-Tier 1 Supplier) เพื่อใช้ประกอบการบริหารความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานต่อไป
ตารางแสดงผลการทบทวนและระบุคู่ค้ารายสำคัญ
| กลุ่มคู่ค้า | จำนวนคู่ค้า (ราย) |
|---|---|
| คู่ค้าทั้งหมดในปี 2567 | 1,209 |
| คู่ค้าสำคัญที่ทำธุรกิจกับบริษัทโดยตรง (Critical Tier 1 Supplier) | 20 |
| คู่ค้าที่ทำธุรกิจกับบริษัทโดยตรง (Tier 1 Supplier) | 1,009 |
การบริหารจัดการความเสี่่ยงห่วงโซ่่อุปทาน
บริษัทฯ ได้กำหนดการประเมินความเสี่ยงคู่ค้ารายสำคัญ และคู่ค้าที่มีความเสี่ยงด้าน ESG จะได้รับการประเมิน On Site Visit เป็นประจำอย่างน้อยทุก 2 ปี โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างมากในการควบคุมรวมถึงการประเมินคู่ค้าเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ และคู่ค้าต้องมีแนวทางปฏิบัติที่ดีด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม
- การจัดกลุ่มคู่ค้า: มีการแยกคู่ค้าตามหมวดงานของสินค้าที่คู่ค้าดำเนินการ
- การประเมินความเสี่ยงคู่ค้า: การจัดทำแบบฟอร์มเพื่อประเมินความเสี่ยงสำหรับคู่ค้า โดยแนวทางการประเมินจะประกอบไปด้วย ด้านการกำกับดูแลกิจการ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านธรรมาภิบาล ซึ่งการประเมินจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงเตรียมงานก่อสร้าง (Pre-Construction) และช่วงก่อสร้าง (Construction)
- การจัดการความเสี่ยงสำหรับคู่ค้า: มีการดำเนินการแบ่งเกรดตามคะแนนที่ประเมินตามเกณฑ์ Value Score การวิเคราะห์การประเมินแยกเป็น 2 ช่วงเวลาสรุปดังนี้
- ช่วงเตรียมงานก่อสร้าง: เพื่อวัตถุประสงค์ในการคัดเลือกคู่ค้าเข้าร่วมประมูลงาน ซึ่งจะเรียกคู่ค้าเกรด A และ B เท่านั้นที่มีสิทธิ์เพื่อป้องกันความเสี่ยง
- ช่วงการก่อสร้าง: ติดตามคู่ค้าที่ชนะการประมูลว่าสามารถดำเนินการได้จริง หรือไม่ ซึ่งถ้าผลการประเมินต่ำกว่าเกรด B คู่ค้ารายนี้อาจจะถูกพิจารณาไม่เรียกเข้ามาในโครงการหน้าอีก
- กำหนดกลุ่มคู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูง: หรือกลุ่มคู้ค้าที่ต้องได้รับการลงพื้นที่ตรวจสอบศักยภาพการดำเนินงานคู่ค้าด้านความยั่งยืน (On-Site ESG Audit) คือ กลุ่มคู่ค้าที่ได้คะแนนความเสี่ยงน้อยกว่า 80%
บริษัทฯ ได้ระบุความเสี่ยงคู่ค้าโดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจและบรรษัทภิบาล (ESG) ซึ่งเป็นแนวทางสากลในการประเมินความรับผิดชอบและความโปร่งใสของธุรกิจ เนื่องจากการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อองค์กรในระยะยาว การบริหารความเสี่ยงของคู่ค้าตามหลัก ESG ไม่เพียงช่วยลดโอกาสที่บริษัทจะเผชิญกับความเสี่ยงทางกฎหมาย สิ่งแวดล้อม และสังคม แต่ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว ดังนั้น บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับแนวทางการประเมินและการบริหารความเสี่ยงคู่ค้าเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
| ความเสี่ยง | ปัจจัยความเสี่ยง |
|---|---|
| ความเสี่่ยงด้านเศรษฐกิจ และบรรษัทภิบาล |
|
| ความเสี่่ยงด้านสิ่งแวดล้อม |
|
| ความเสี่่ยงด้านสังคม |
|
บริษัทฯ กำหนดให้กลุ่มคู่ค้ารายสำคัญที่มีความเสี่ยงสูงและคู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูงด้านความยั่งยืน (ESG Risk) ต้องได้รับการลงพื้นที่ตรวจสอบศักยภาพการดำเนินงานคู่ค้าด้านความยั่งยืน (On-Site ESG Audit) โดยกลุ่มงานโนเบิล แคร์และฝ่ายพัฒนาโครงการ โดยมีกระบวนการตรวจประเมินและเยี่ยมคู่ค้า ดังนี้
- การเตรียมการ (Preparation)
- คู่ค้าจัดเตรียมเอกสารที่จำเป็นสำหรับการตรวจสอบ
- การตรวจประเมิน (Audit)
- ตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง
- สัมภาษณ์คู่ค้าเพื่อประเมินแนวทางการดำเนินงาน
- เยี่ยมชมสถานประกอบการของคู่ค้า
- รายงานผลการตรวจประเมิน (Audit Report)
- สรุปผลคะแนนการตรวจประเมิน
- รายงานข้อบกพร่อง พร้อมคำขอให้ดำเนินการแก้ไข (Corrective Action Request)
- ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาและปรับปรุง
- การตรวจติดตามผลการแก้ไข (Follow-up Audit)
- ตรวจสอบเอกสารการแก้ไข (Off-site Audit)
- ลงพื้นที่เพื่อติดตามผล (On-site Audit)
ในปี 2567 บริษัทฯ ได้มีการตรวจประเมินการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ บรรษัทภิบาล สิ่งแวดล้อม และสังคม (ESG Risk) ของคู่ค้า โดยพบคู่ค้าที่อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง 0 ราย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ประเมินความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจที่อาจเกิดจากการดำเนินงานของคู่ค้า เช่น ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและหนี้สินของคู่ค้า ความเสี่ยงด้านต้นทุนและความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง และ ความเสี่ยงจากการพึ่งพาคู่ค้าน้อยราย ทั้งนี้ในปี 2567 บริษัทฯ ไม่พบคู่ค้าที่อยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงดำเนินมาตรการติดตามและบริหารจัดการความเสี่ยงจากคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคง ความยืดหยุ่น และความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว
การกำหนดระยะเวลา Credit Term กับคู่ค้า
บริษัทฯ ยืนหยัดแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและเป็นธรรมร่วมกับคู่ค้า จึงได้กำหนดเงื่อนไขการชำระเงิน (Terms of Payment) โดยมีมาตรฐานระยะเวลาการชำระเงินให้แก่คู่ค้าเฉลี่ยภายใน 30 วัน หลังจากคู่ค้าได้ส่งมอบวัสดุให้บริษัทฯ ครบถ้วนตามจำนวนและคุณภาพที่กำหนด รวมถึงได้รับการตรวจรับจากเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ จะชำระเงินตามเงื่อนไขที่ระบุใน TOR และสัญญา โดยนับจากวันที่ได้รับใบแจ้งหนี้และหลักฐานที่จำเป็นจากคู่ค้าเรียบร้อย ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการชำระเงินเฉพาะรายการที่มี PR/PO ก่อนดำเนินการ โดยในปี 2567 บริษัทฯ มีระยะเวลาการชำระเงินเฉลี่ยที่เกิดขึ้นจริงเท่ากับ 30 วัน เป็นไปตามเกณฑ์ที่บริษัทฯ ได้กำหนดไว้ และไม่มีเหตุการชำระเงินล่าช้ากว่ากำหนด